Credit: City Nomads
October 2021

คลื่นลูกที่สามของวงการกาแฟถาโถมเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นศูนย์รวมร้านกาแฟที่มีสีสันยิ่งกว่าที่เคย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะไปเยือนสุขุมวิทหรือศาลาแดง คุณจะพบว่า ‘ทุกมุมถนนละลานตาไปด้วยร้านกาแฟที่มีสไตล์เฉพาะตัว’ ซึ่งล้วนแต่บรรจงรังสรรค์เครื่องดื่มจากเมล็ดกาแฟชั้นยอด ทั้งเมล็ดกาแฟที่คัดสรรมาจากแหล่งผลิตเดียวกัน เมล็ดกาแฟที่ทางร้านคั่วเอง ไปจนถึงคิดค้นเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์ หากคุณอยากจะดื่มกาแฟเก๋ๆ สักแก้ว เราแนะนำให้คุณไปเยือนกรุงเทพสักครั้ง เพื่อลองจิบกาแฟแสนอร่อยจากคาเฟ่และร้านกาแฟชั้นเลิศเหล่านี้

 

Kaizen Coffee

Photo courtesy of Kaizen Coffee

 

ร้านกาแฟแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านเอกมัยที่เต็มไปด้วยร้านอาหารสุดฮิปและสวยงามโฉบเฉี่ยวด้วยกระจกใสหน้าร้านที่มีความสูงถึงสองชั้น การออกแบบตกแต่งภายในร้านเป็นผลงานของสตูดิโอออกแบบภายในประเทศอย่าง space+craft ซึ่งเน้นการใช้สีเข้มมาสร้างความหรูหรา ไม่ว่าจะเป็นลวดลายอิฐสีเทา ไม้โอ๊คธรรมชาติ และแสงไฟสีทองอบอุ่น เบื้องหลังเคาน์เตอร์ลายอิฐคือบาริสตาชื่อ Arnun Wattanaporn ที่ทำหน้าที่ชงกาแฟแบบคลาสสิกและกาแฟไนโตรโคลด์บรูว์เสิร์ฟให้แก่ลูกค้า โดยคุณสามารถหยิบขนมปังซาวร์โดห์ควินัว แล้วเดินขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อชมวิวของเมืองได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมารบกวน

 

Kaizen Coffee ตั้งอยู่ที่ 888 6 -7 ถนนเอกมัย คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทร. +66 95 312 0301 ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.

 

Wallflowers Cafe

Photo courtesy of Wallflowers Cafe

 

Wallflowers Cafe ผสมผสานเสน่ห์ของร้านกาแฟและร้านดอกไม้เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว และเป็นเสมือนโอเอซิสใจกลางย่านเยาวราช เมื่อเข้ามาในร้าน คุณจะพบกับดอกไม้สีสันสวยงามละลานตาของร้านดอกไม้ Oneday Wallflowers ตรงชั้นล่าง แต่เมื่อเดินขึ้นไปยังคาเฟ่บนชั้นสอง คุณจะตื่นตาตื่นใจกับชั้นวางสิ่งของจิปาถะแนววินเทจและโคมไฟแชนเดเลียร์ที่ทำจากหลอดแก้ว อีกทั้งยังสามารถสั่งเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ทางร้านชงสดใหม่อย่างเช่นเอสเปรสโซรสซ่าและม็อคเทลดอกไม้มาลิ้มลอง แม้แต่เค้กของทางร้านก็สวยงามน่าชมไม่แพ้กัน เพราะแต่ละชิ้นประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ที่รับประทานได้และผลไม้สด

 

Wallflowers Cafe ตั้งอยู่ที่ 31-33 แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ โทร. +66 90 993 8653 ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11.00 – 24.00 น.

 

Gallery Drip Coffee

Photo courtesy of Gallery Drip Coffee

 

หลังจากสำรวจงานศิลป์ภายในหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครแล้ว เราแนะนำให้คุณลองมาจิบกาแฟเติมพลังกันสักแก้วที่ Gallery Drip Coffee ร้านกาแฟแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของอาคารและถือเป็นผลงานศิลปะไม่ต่างจากบรรดาแกลอรี่ที่เรียงรายอยู่โดยรอบ เมื่อเข้าไปในร้าน คุณจะพบกับเพดานรังผึ้งทรงโค้งและการตกแต่งสไตล์ย้อนยุค เมนูเด็ดของร้านคือกาแฟดริป ซึ่งก็สมกับชื่อร้าน โดยเจ้าของร้านมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ผลิตเมล็ดกาแฟในภาคเหนือของประเทศไทยที่คัดสรรเมล็ดกาแฟมาจากแหล่งปลูกเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีเมล็ดกาแฟจากแหล่งอื่นๆ ให้ลิ้มลองด้วย เช่น เคนยา เป็นต้น และที่น่าประทับใจกว่านั้นก็คือ ร้านนี้คั่วเมล็ดกาแฟและชงกาแฟเอง โดยคุณจะได้สัมผัสกับมนตร์เสน่ห์ของกาแฟชนิดนี้จากขั้นตอนการชงกาแฟที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ ซึ่งคุณสามารถรับชมได้ภายในร้าน

 

Gallery Drip Coffee ตั้งอยู่ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330, โทร. +66 81 917 2131 ร้านเปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.30 - 20.30 น. ปิดวันจันทร์

 

La Mesa Coffee Co.

Photo courtesy of La Mesa Coffee Co

 

มีเจ้าของเป็นชาวอเมริกันสองคนที่หลงใหลในรสชาติของกาแฟและเลือกที่จะนำกลิ่นอายของนิวเม็กซิโกมาหลอมรวมกับบรรยากาศอันคึกคักของย่านอุดมสุข ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามโดยนำแรงบันดาลใจมาจากของหวานของนิวเม็กซิโก โดดเด่นด้วยผนังสีชมพูอบอุ่นเหมือนแสงยามพระอาทิตย์ยามเช้าและดูอ่อนหวานไปทั้งร้าน ช่องโค้งบนผนังไม่เพียงสวยสะดุดตา แต่ยังเป็นมุมแสนสบายสำหรับนั่งจิบม็อคเทลกาแฟสตรอเบอร์รีหรือเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง Mayan Mocha ซึ่งเป็นกาแฟที่มีส่วนผสมของส้ม พริก และเครื่องเทศหอมกรุ่น นอกจากนี้ ทางร้านยังมีอาหารเม็กซิกันให้เลือกหลากหลายเมนู ตั้งแต่เบอร์ริโตที่ใส่ชีสมาให้อย่างจุใจ ไปจนถึงเมนู Cowboy Skillet ที่มีไข่เป็นส่วนผสม

La Mesa Coffee Co ตั้งอยู่ที่ 7/2 ซอยสุขุมวิท 68 กรุงเทพ 10260 โทร. +66 98 101 8865 ร้านเปิดให้บริการวันจันทร์-อังคาร เวลา 08.00 – 16.00 น., วันพฤหัสบดี-อาทิตย์ 07.30-20.00 น. ปิดวันพุธ

 

Factory Coffee

Photo courtesy of Factory Coffee

 

Factory Coffee คือหนึ่งในร้านกาแฟยอดนิยมของกรุงเทพฯ เหตุผลเป็นเพราะคุณ Srettakarn Veerakultevon ผู้ก่อตั้งร้าน ได้นำทีมแชมป์บาริสตาระดับประเทศมารวมตัวกัน และแม้จะตั้งชื่อร้านว่า Factory Coffee แต่ลูกค้าจะได้พบกับประสบการณ์อันแสนพิเศษจากหลากหลายเมนู ตั้งแต่กาแฟผสมประจำฤดูกาลของทางร้าน ไปจนถึงกาแฟที่ชงด้วยเมล็ดกาแฟจากแหล่งผลิตเดียวซึ่งคัดสรรมาจากในประเทศ และหากคุณใส่ใจกับวิธีการแปรรูปเมล็ดกาแฟเป็นพิเศษ ร้านนี้ยังบอกข้อมูลอย่างชัดเจนว่าเมล็ดกาแฟผ่านการแปรรูปด้วยวิธีธรรมชาติ ล้าง หรือหมักในสภาวะไร้ออกซิเจน (anaerobic slow dried) นี่จึงเป็นคาเฟ่ที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มเอสเปรสโซแอนด์โทนิกอย่างแท้จริง หรือหากคุณอยากจะดื่มอะไรที่แฟนซีกว่านั้น ก็สามารถสั่งเมนู Supreme ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับคาราเมลในแก้วไวน์ได้เช่นกัน

 

Factory Coffee ตั้งอยู่ที่ 49 ถนนพญาไท ถนนพญาไท ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. +66 80 958 8050 ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.00-18.00 น.

 

Featherstone Bistro Café & Lifestyle Shop

Photo courtesy of Featherstone Bistro Café & Lifestyle Shop

 

เมื่อย่างเท้าเข้ามาในร้าน Featherstone คุณจะรู้สึกเหมือนได้เทเลพอร์ตไปยังโรงเรียนฮอกวอตส์ที่ถูกแต่งแต้มด้วยบรรยากาศน่าหลงใหลของปารีส ภายในร้านไม่เพียงแปลกตาน่าค้นหา แต่ยังเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับจากของตกแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ และคริสตัล ส่วนบริเวณคาเฟ่ตกแต่งด้วยกระจกสีและโคมไฟแชนเดเลียร์สวยหรู ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกเทพนิยาย ในขณะที่เบื้องหลังเคาน์เตอร์ คุณจะเห็นบรรดาบาริสตาสาละวนอยู่กับการชงกาแฟจากเมล็ดกาแฟที่คัดสรรมาจากแหล่งเพาะปลูกเดียวซึ่งมีต้นกำเนิดจากอเมริกาใต้ แต่เมนูที่คุณจะพลาดไม่ได้เลยก็คือเครื่องดื่มโซดา ลองเติมจินสักช็อตลงไปในเครื่องดื่มสีสันสดใสเหล่านี้ แล้วคุณจะได้เครื่องดื่มรสชาติผลไม้แสนสดชื่นมาลิ้มลอง

Featherstone Bistro Café & Lifestyle Shop ตั้งอยู่ที่ 60 ซอยเอกมัย 12 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพ 10110 โทร. +66 97 058 6846 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10.30-22.00 น.

 

Coffeeology

Photo courtesy of Coffeeology

 

ร้านกาแฟแห่งนี้ตั้งอยู่ในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเป็นแหล่งพักผ่อนอันเงียบสงบที่เหมาะกับการนั่งจิบกาแฟคุยกัน เนื่องจากเจ้าของร้านเป็นเจ้าของไร่กาแฟในเชียงดาว ดังนั้นเมล็ดกาแฟทั้งหมดที่ Coffeeology นำมาใช้ภายในร้านจึงได้มาจากไร่ของตัวเอง ร้านนำเมล็ดกาแฟเหล่านี้มาคั่วเพื่อมอบประสบการณ์จากเมล็ดสู่แก้วให้กับลูกค้า เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านนี้คือ White Cloud ซึ่งเป็นกาแฟลาเต้ที่มีเมอแรงก์นุ่มๆ อยู่ด้านบน นอกจากนี้ยังมีขนมปังคัสตาร์ดนุ่มลิ้นที่ให้สัมผัสละมุนในทุกๆ คำ ส่วนเคาน์เตอร์หินอ่อนและการตกแต่งบริเวณกลางร้านก็สร้างบรรยากาศหรูหราโอ่โถงได้เป็นอย่างดี

 

Coffeeology ตั้งอยู่ในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 6, 1031 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. +66 65 715 8402 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.

 

Eureka Nitro Coffee

Photo courtesy of Eureka Nitro Coffee

 

ร้านกาแฟแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านศาลาแดง ซึ่งหากคุณหลงเข้ามาในร้าน คุณอาจจะเข้าใจผิดไปว่าเป็นบาร์ เพราะภายในร้านตกแต่งด้วยผนังอิฐและสีขาวสบายตา บนเคาน์เตอร์เรียงรายไปด้วยก๊อกสำหรับกดกาแฟ 6 หัว แต่อย่าเผลอคิดไปว่านั่นเป็นกาแฟธรรมดา เพราะ Eureka ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่จากกาแฟลาเต้และกาแฟไนโตรโคลด์บรูว์ แถมร้านนี้ยังมีเมนูน่าลองมากมาย เช่น ลาเต้ไข่เค็มคาราเมลและกาแฟโคลด์บรูว์ไวท์ช็อกโกแลตมะละกอ แต่ถ้าอยากลิ้มลองเครื่องดื่มที่มีกลิ่นแรงสักหน่อย แนะนำให้สั่งชาเย็นทุเรียนที่ผสมผสานไอศกรีมทุเรียนหอมมันเข้ากับชานมไทยสดใหม่จากก๊อกได้อย่างลงตัว

 

Eureka Nitro Coffee ตั้งอยู่ที่ 14/7 ซอยสาธร 2 ยานนาวา สาธร กรุงเทพฯ 10120 โทร. +66 92 449 9895 ร้านเปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00-18.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ 10.00-19.00 น.

 

Sometimes I Feel

Photo courtesy of Sometimes I Feel

 

เนื่องจากด้านหน้าร้านดูคล้ายกับเรือนกระจกที่ตั้งอยู่ในสวนเขียวชอุ่ม Sometimes I Feel จึงเปรียบเสมือนโอเอซิสท่ามกลางป่าคอนกรีตในย่านสุขุมวิท ร้านนี้ถือกำเนิดขึ้นโดยคุณ Jay, ภรรยา และเพื่อนสนิท และออกแบบเครื่องดื่มภายในร้านเพื่อดึงรสชาติละเอียดอ่อนของเมล็ดกาแฟแต่ละชนิดออกมา แล้วแต่งแต้มด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็น Orangepressos ที่หอมกรุ่นกลิ่นส้ม กาแฟโคลด์บรูว์กลิ่นใบเตย ไปจนถึงโซดาเอสเปรสโซเชคที่มีรสชาติของเสาวรสเต็มปากเต็มคำ และด้วยบรรยากาศภายในร้านที่ชวนให้นึกถึงบ้านของนักสะสมงานศิลปะ รับรองว่าคุณจะเพลิดเพลินอยู่ในร้านนี้ได้ตลอดทั้งวัน

 

Sometimes I Feel ตั้งอยู่ที่ 5/1 สุขุมวิท 31 คลองเตย คลองเตย กรุงเทพ 10110 โทร. +66 89 223 1493 ร้านเปิดให้บริการวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 09.30-18.30 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. ปิดวันจันทร์

 

Hands and Heart

Photo courtesy of Hands and Heart

 

อินฟลูเอนเซอร์บน Instagram และคนรักกาแฟชื่นชอบร้านนี้เพราะเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านและสไตล์มินิมอลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะในประเทศญี่ปุ่น เมล็ดกาแฟของทางร้านมาจากแหล่งเพาะปลูกเดียวและคัดสรรมาจากผู้คั่วเมล็ดกาแฟชั้นนำทั่วโลก จากนั้นจึงนำมาบดด้วยมือ และชงด้วยวิธี Aeropress, Chemex และดริป นอกจากนี้แล้ว ทางร้านยังเล่นกับสูตรเครื่องดื่มได้อย่างน่าสนใจ เห็นได้จากกาแฟคอมชูชารสชาติจัดจ้านที่ได้จากการหมักกาแฟดริป และสำหรับคนที่ชอบสไตล์โมโนโครมป๊อป ร้านนี้ยังมีเมนูกาแฟขาวที่เสิร์ฟมาในแก้วสีดำ และกาแฟสีดำเสิร์ฟในแก้วสีขาวด้วย

 

Hands and Heart ตั้งอยู่ที่ 33 ซอยสุขุมวิท 38 พระโขนง คลองเตย กรุงเทพ 10110 โทร. +66 81 689 2624 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น.

 

สมาชิกบัตร UOB ในประเทศไทยจะพบกับความเพลิดเพลินสองเท่าจากแคมเปญแลกรับเครดิตเงินคืน 15% กินเท่าไรใช้คะแนนสะสมเท่านั้นทุกร้านอาหาร โดยตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2021 สมาชิกบัตร UOB จะสามารถใช้คะแนนสะสมเท่ากับราคาอาหารทั้งหมด แล้วรับเครดิตเงินคืน 15%  ในร้านอาหารที่เข้าร่วมโปรแกรม ยกเว้นร้านอาหารในโรงแรม

 


คุณอาจสนใจ

     SHARE
บ้าน ไฮไลท์ แบบทดสอบการเดินทาง ปลายทาง แรงบันดาลใจในการเดินทาง ข้อเสนอ จองตอนนี้ วางแผน เกี่ยวกับ
Select country :
Language :